BY PANYA SOCIETY

เทคนิคเตรียมตัวสอบ

GAT English

MENU

Conversation

Vocabulary

Reading

Writing

ข้อสอบ GAT คืออะไร?

      ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกับข้อสอบ GATกันก่อนเลยดีกว่า…
     “GAT หรือ General aptitude test” ข้อสอบมี 2 ส่วน คือ GAT เชื่อมโยง เเละ GAT English ที่เราจะมาพูดถึงกัน
      GAT English เป็นข้อสอบวัดการสื่อสารภาษาอังกฤษ หลากทักษะเพื่อวัดความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ โดยมีคะเเนนเต็ม 150 คะเเนน เเบ่งเป็น 4 พาร์ทด้วยกัน ได้เเก่

     รวมจำนวนข้อทั้งหมดจาก 4 Parts เป็น 55 ข้อ วันนี้ Panya Society สรุปเทคนิคสำคัญในการทำข้อสอบ มาให้น้อง ๆ สำหรับการเตรียมตัวสอบ GAT English เพื่อพิชิตในพาร์ทต่าง ๆ ให้ได้ถึงแก่นของข้อสอบมากยิ่งขึ้น ติดตามกันได้เลย!

GETGAT_Logo-01

     ข้อสอบ GAT English พาร์ทนี้เน้นการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคำศัพท์, idiom หรือสำนวนต่าง ๆ ดังนั้นนอกจากการฝึกโจทย์ conversation เเล้ว การเรียนรู้ expression ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันจากนอกตำราเรียนภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้มาก ไม่ว่าจะเป็นการดูภาพยนต์ภาษาอังกฤษ หรืออ่านหนังสือภาษาอังกฤษต่าง ๆ การฝึกด้วย วิธีนี้จะช่วยรวมการอ่านหนังสือกับการผ่อนคลายของเราอีกด้วย ช่วยให้เรามีเเรงจูงใจในการอ่านหนังสือเพิ่มไปอีก

     เทคนิคที่ใช้ในการทำข้อสอบ GAT English part 1 อย่างง่าย คือการดูบริบทของสถานการณ์จริง และลองไล่ลำดับเหตุการณ์ของคำถาม-คำตอบที่น่าจะเป็น  น้อง ๆ จำเป็นต้องทดลองฝึกทำข้อสอบเก่าที่มีสำนวนคำถามและสถานการณ์ที่แตกต่างกันในข้อสอบแบบ Cloze Test หรือการถาม-ตอบ เช่น การสอบถามเส้นทาง การคุยกับพนักงานขาย การไปพบแพทย์ การชวนเพื่อนไปเที่ยว เมื่อเราลองฝึกฝนวิธีการสื่อสารจริงบนข้อสอบในสถานการณ์ที่หลากหลาย จะช่วยทำให้น้อง ๆ ทำโจทย์สไตล์ต่าง ๆ ได้เก่งมากขึ้น

GETGAT_Logo-01

ตัวอย่างข้อสอบ

GAT English Part 1 : conversation

● Make-up class (Items 9-11)

Joe : Is there an English make-up class this Thursday night?
Charles : Yes, there is! The class starts at 5. It will go on until about 7. Then there will be a meeting about the graduation party. ___(9)___?
Joe : Definitely. By the way, I’m in a hurry. Got to return a book to the library before it closes. ___(10)___?
Charles : Sure! I can do that for you.
Joe : Thank you! ___(11)___?
Charles : Just a notebook. There will be hand-outs.

9.


1. Would you like to graduate
2. Are you interested
3. Do you understand
4. Will you pay for me
5. Is the party fun

10.


1. Could you put my name down please
2. Could I not show up on time
3. Would you please not ask me a question
4. Do I need to check out some books
5. Can you see me in the library

11.


1. Should I finish my assignments now
2. Do we need to dress up for the party
3. Can I get a ride from you
4. Do I need to bring anything
5. Can I lend you something for the class

เฉลยพร้อมวิธีคิด : สถานการณ์ของข้อ 9-11 จะเป็นการสนทนาระหว่างเพื่อนที่พูดเรื่องการนัดเรียนเพิ่ม
9. Charles มีนัดต่อจากนั้น คือจะไปเลี้ยงฉลองจบการศึกษา ดังนั้นบริบทของคำถามต่อจากนั้น ต้องมาดูที่คำตอบ ซึ่งชัดเจนว่า เพื่อนต้องถามว่า “สนใจไปด้วยกันไหม?” เพราะคำตอบจาก Joe คือไปแน่นอน แต่ตอนนี้ ฉันต้องรีบไปก่อน เพราะต้องคืนหนังสือก่อนห้องสมุดจะปิด ดังนั้นคำตอบต้องเป็นคำถามในข้อ 2
10. ประโยคคำถามของข้อนี้ที่เว้นให้ตอบ สามารถเดาจากบริบทของคำตอบในบรรทัดต่อมาคือ “ได้สิ ฉันช่วยได้” นั่นหมายความว่า เกิดการตอบตกลงชัดเจน แต่ไม่ไปทันที เพราะจะไปห้องสมุดก่อน Joe จึงขอให้ Charles “ช่วยลงชื่อเข้าเรียนให้ฉันหน่อยนะ” ความหมายคือ เดี๋ยวตามไป ไม่สามารถไปพร้อมกันได้ จึงตอบข้อ 1
11. Joe ขอบคุณเพื่อน พร้อมกับคำถามบางอย่าง สังเกตจากคำตอบของ Charles คือบอกว่า “แค่สมุดจดก็พอ ในคลาสมีเอกสารให้แล้ว” นั่นคือ Joe น่าจะถามว่า “ต้องเอาอะไรเข้าห้องเรียนบ้าง” จึงตอบข้อ 4

     จากข้อนี้ คนทำข้อสอบมีสิทธิ์หลงทาง หากไม่สังเกตคำว่า “By the way” คือการเปลี่ยนเรื่องพูด เป็นสำนวนใช้ตัดบท หรือเปลี่ยนเรื่องที่อีกฝ่ายชวนคุย วกมาเป็นเรื่องของตัวเอง ดังนั้นต่อจากนั้นบริบทของการคุย ไม่มีอะไรเกี่ยวกับงานเลี้ยงแล้ว ถ้าต่อไม่ติดอาจจะตอบผิดทั้งหมด ก็เป็นได้

MENU

Conversation

Vocabulary

Reading

Writing

    ในพาร์ทนี้ต้องอาศัยความขยันในการท่องจำศัพท์ โดยเทคนิคที่นำไปใช้ได้ คือ การศึกษารูปประโยคเเละการนำไปใช้ในประโยคภาษาอังกฤษ รวมถึงคำที่มีความหมายคล้ายคลึงกันก็สามารถช่วยได้มาก

    เทคนิคที่แนะนำ คือ ความเข้าใจใน Prefix, Suffix และ Root เพราะทำให้ศัพท์ภาษาอังกฤษบางคำที่นักเรียนไม่ได้รู้ความหมายตรง ๆ แต่อย่างน้องสามารถเดาจากบริบท (Contexts) รอบข้างของประโยค ไปพร้อมกับการดูองค์ประกอบของคำคำนั้น ก็จะช่วยทำให้การคาดเดา หาความหมายมีความแม่นยำ หรือมีโอกาสตอบถูกสูงกว่าการเดาเอาเองโดยที่ไม่มีความรู้เรื่องของส่วนประกอบของคำ

    สำหรับการทำข้อสอบ GAT English Part นี้ คนที่ไม่ได้ท่องศัพท์มาเลย หรือมี Vocabulary Stocks น้อยมาก ๆ ทำให้ไม่สามารถดึงคลังศัพท์มาใช้งานได้ ถึงเวลาแล้วที่ นักเรียนจะเริ่มทบทวนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และพยายามเร่ง Speed กับการฝึกทำข้อสอบในส่วนคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้มากขึ้น เพราะหลาย ๆ ปี คำศัพท์ยาก ๆ ที่เคยออกแล้วใน Part นี้ วนซ้ำผ่านตามาให้เราได้เห็นกันอีกอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น การเรียนภาษาอังกฤษ กลุ่ม คำศัพท์ผ่านการทำข้อสอบ และเข้าใจโครงสร้างของคำจากการฝึกดู Choice และตัดข้อที่คิดว่าไม่ใช่ออกได้แม่นยำ ก็ทำให้โอกาสตอบถูกมีอยู่สูงมากเลย

GETGAT_Logo-01

ตัวอย่างข้อสอบ

GAT English Part 2 : vocabulary

 ● After the plane crash, a committee was set up to determine the causes of the accident.

1. cover
2. control
3. prevent
4. state
5. identify

เฉลยพร้อมวิธีคิด : สถานการณ์หลังเครื่องบินชนแล้ว เจ้าหน้าที่คณะกรรมการถูกตั้งเพื่อที่จะทำอะไร? จากตรงนี้จะเห็นว่า ต่อให้ไม่รู้จักคำว่า determine มาก่อน แต่เนื่องด้วยตามด้วยคำว่า “the causes of the accident” ก็คือ สาเหตุของอุบัติเหตุ เราก็พอจะเดาได้ว่าต้องตอบ identify = ระบุสาเหตุของอุบัติเหตุ จึงตอบข้อ 5

 ● Learning to make an informed decision is critical to your career development.

1. similar
2. damaging
3. dangerous
4. vital
5. inferior

เฉลยพร้อมวิธีคิด : เนื่องจาก Sense ของประธานพูดถึงการเรียนรู้ ซึ่งเป็นโทนบวก ดังนั้น ต่อให้ไม่รู้จักคำว่า critical เราก็พอจะเดาได้ว่า มันต้องเป็นอะไรที่ดีงามต่อการพัฒนาในสายงาน จึงทำให้ตัด Choice ข้อความที่เป็นเชิงลบ (2,3,5) หรืออ่านแล้วรู้สึกเฉย ๆ (1) ดังนั้นคำตอบคือ Vital ที่แปลว่า ‘สำคัญต่อชีวิต’ ซึ่งสะท้อนความหมายของบริบทประโยคที่ดูเป็นเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ สอดคล้องกัน จึงตอบข้อ 4.

    จะเห็นว่าในการทำข้อสอบ GAT English ทั้ง 2 ข้อข้างต้น บริบทของประโยคช่วยให้คำตอบที่ถูกต้องได้แม่นยำ แม้ไม่รู้ความหมายของคำก็ตาม ก็สามารถคาดเดาคำตอบที่น่าจะเป็นได้อย่างถูกต้อง

MENU

Conversation

Vocabulary

Reading

Writing

     สิ่งที่สำคัญในการทำข้อสอบ GAT English พาร์ทนี้คือ การบริหารจัดการเวลา เพราะน้อง ๆ มักจะทำไม่ทันเนื่องจากปริมาณข้อสอบที่เยอะเเละบทความที่ยาว เทคนิคจึงสำคัญมากในการทำข้อสอบ GAT English พาร์ทนี้ ไม่ว่าจะเป็นการ skimming เเละ scanning รวมไปถึงการจับใจความสำคัญ การจับเวลาตอนฝึกทำข้อสอบอย่างสม่ำเสมอก็จะยิ่งช่วยให้เรารู้ว่าเราต้องปรับปรุงเพิ่มอย่างไร

     เทคนิคที่อยากแนะนำคือ “การหา Main Idea ของเส้นเรื่องให้เจอก่อน และทำความเข้าใจโจทย์เบื้องต้น จึงค่อยกลับมาอ่าน Passage ไล่ตามรายละเอียดของแต่ละข้อ” เพราะการอ่าน Passage ยาว ๆ ใช้เวลาค่อนข้างมาก ถ้าน้อง ๆ ไปใช้เวลาในการเก็บรายละเอียด และอ่านจนเข้าใจโดยใช้เวลาในห้องสอบเพลิดเพลินกับ Reading Part จะทำให้ทำข้อสอบไม่ทันแน่นอน ดังนั้น จับประเด็นให้เจอ ผ่านการอ่านคร่าว ๆ กวาดตาไปก่อน 1 รอบ แล้วไปดูโจทย์ ค่อยกลับมาอ่านรายละเอียดใน Passage อีกที เพื่อหาคำตอบในแต่ละห้วง มีโอกาสทำโจทย์ Reading ได้ง่ายกว่า ‘อย่าเสียเวลากับการอ่านจนทำข้อสอบไม่ทัน’

    อีกเรื่องหนึ่งที่ช่วยได้มากคือ การฝึกทำโจทย์ Passage ที่มีความหลากหลายของลักษณะบทความภาษาอังกฤษ เช่น เรื่องราวความรู้ทางการแพทย์ ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์โลก ข่าวเรื่องสิ่งแวดล้อม บทความด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี การได้เรียนภาษาอังกฤษผ่านบทความและข้อความหลากหลายแขนง ทำให้เกิดคลังศัพท์ และคุ้นชินกับรูปแบบประโยค หรือสไตล์โจทย์ ที่จะถามให้ pattern ที่คาดเดาได้ เช่น ถามหาความหมายของศัพท์ใน Passage, เช็คความเข้าใจของเรื่อง, refer, imply หรือโจทย์แนวให้ตั้งชื่อเรื่อง, ถามว่าใครคือผู้เขียน และกลุ่มเป้าหมายคนอ่าน ก็จะเป็นแนวคำถามที่พบเห็นบ่อย ๆ จนเข้าใจลักษณะของข้อสอบ GAT English จริง ๆ จะช่วยให้นักเรียนไม่ตื่นข้อสอบเพราะรู้ล่วงหน้าว่าจะเจอกับโครงสร้างคำถามแบบใด แม้ Passage จะเปลี่ยนไปก็ตาม

GETGAT_Logo-01

ตัวอย่างข้อสอบ

GAT English Part 3 : reading

38. The Black Death was a(n) __________ .

1. army
2. disease
3. treatment
4. organization
5. new invention

39. The phrase “This effective method” refers to __________ .

1. cleaning respiratory systems
2. proposing new painting techniques
3. filtering out chemicals
4. using a soaked cloth as a filter
5. practicing fire drills

40. The purpose of this passage is to ___________ .

1. entertain
2. surprise
3. upset
4. inform
5. persuade

     ข้อสอบ reading ค่อนข้างยาว จึงขอยกตัวอย่างประเภทของคำถามที่ออกบ่อย ๆ อย่าง 3 ข้อข้างต้น 
เฉลยพร้อมวิธีคิด : จะเห็นว่าเป็นคำถามที่วัดความเข้าใจของการอ่านภาษาอังกฤษในภาพรวมได้ดี
38. ถามหา definition ของชุดความรู้ หรือ technical term ที่อ่านว่าสิ่งนั้นคืออะไร?
39. ถามถึง refer to คือการวัดความเข้าใจการอ้างถึงสิ่งแทนที่กล่าวถึงก่อนหน้า ต้องอ่านแล้วเข้าใจบริบทของเส้นเรื่อง
40. ถามวัตถุประสงค์ของผู้เขียนเรื่องราวข้างต้น นั่นหมายความว่าต้องจับ mood & tone ของเส้นเรื่อง และ main idea คร่าว ๆ ได้ชัดเจน จึงจะตอบได้

     ข้อสอบมี Pattern การเตรียมสอบ GAT English Part reading ที่ค่อนข้างชัดมากในรูปแบบของสิ่งที่ถามบ่อย ๆ ถ้าเข้าใจวิธีถาม ฝึกอ่านบ่อย ๆ แก้ปัญหาบ่อย ๆ พิชิตข้อสอบเขียนได้แน่นอน ไม่ยากอย่างที่คิด

MENU

Conversation

Vocabulary

Reading

Writing

    สิ่งที่สำคัญของพาร์ทนี้คือ Grammar ดังนั้นจึงต้องเรียนภาษาอังกฤษในส่วนของ Grammar ให้คล่องเเคล่ว ทั้งการใช้งานเเละข้อยกเว้นต่าง ๆ โดยหัวข้อที่ออกมักจะคล้ายคลึงกับข้อสอบ GAT English ปีเก่า การฝึก Grammar เรื่องที่เคยออกมาในปีก่อน ๆ จึงสำคัญต่อพาร์ทนี้มาก

    คนที่จะทำข้อสอบ GAT English Part 4 : Writing ได้ดี หรือทำข้อสอบแนว Error Detection เพื่อจับผิดข้อสอบ และ Cloze Test เติมศัพท์ที่หายไปในช่องว่าง ต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง “Sentence Structure” อย่างมาก เพื่อทำให้การนำเอาคำไปใช้ในรูปประโยค ถูกทั้ง Voice & Tense และเป็น Part of Speech ที่ตรงกับรูปแบบของประโยค ดังนั้นใครที่อ่อน Grammar การฝึกทำโจทย์สไตล์นี้ ทำให้เก่ง Grammar มากขึ้น เพราะจะได้ฝึกการเรียนภาษาอังกฤษในรูปแบบที่ถูกต้อง ซึ่งเราได้ฝึกแก้ไขรูปประโยคภาษาอังกฤษ หรือคำที่ผิดพลาดในโจทย์จนชำนาญ ทำโจทย์แนวนี้แล้ว ยิ่งเขียนเก่งขึ้นอย่างแน่นอน เตรียมพร้อมกับข้อสอบแนวเขียนที่จะไปพบเจอในรั้วมหาวิทยาลัย ให้รับมือได้กับการเรียนภาษาอังกฤษจริงจังในระดับที่สูงขึ้น

GETGAT_Logo-01